บทที่ 4 เซอร์ไพรส์ 2

ทุกคนต่างก็เคยสงสัย ว่าในวัยสามสิบเราควรมีอะไรในชีวิตบ้าง

เรื่องของเขาค่ะ เพราะโมลีไม่สงสัยอะไรแล้ว ต่อให้เธอจะเข้าสู่วัยสามสิบในอีกไม่กี่วันก็ตาม เพราะตอนนี้สิ่งที่อยู่ตรงหน้าคือความจริง ความจริงเท่ากับปัญหา ซึ่งแต่ละปัญหาที่เข้ามา... ก็ไม่เกี่ยวกับเธอแม้แต่นิดเดียว

หญิงสาวที่อยู่ภายใต้เสื้อยืดตัวย้วย กางเกงขาสั้นโชว์ขาเรียวยาว ผมเผ้าถูกมวยเป็นจุก และทัดด้วยดินสอ ตามแบบฉบับศิลปินเป๊ะ กำลังนั่งทำหน้าตาบอกบุญไม่รับ อยู่ท่ามกลางเหล่าสมาชิกในครอบครัว ราวกับประชุมวาระแห่งชาติ

ดวงตาเฉี่ยวตวัดมองคนนั้นที คนนี้ที ก่อนที่จะหยุดแน่นิ่งอยู่ที่คนแรก พ่อบังเกิดเกล้าวัยหกสิบ “พ่อโดนผู้หญิงในเฟซบุ๊ก หลอกให้โอนให้... เกือบล้าน?”

โมลีเอ่ยถามปัญหาของคนเป็นพ่อให้ทุกคนได้ยินตรงกัน ซึ่งหลังจากที่ส่งมินตรากลับบ้าน อันเนื่องมาจากว่ายังไม่ถึงคิวของมันที่ต้องโดนด่า เธอก็เชิญพี่ชายผู้เป็นลูกติดของน้ารุ้ง คนที่มีอายุห่างกว่าพวกเธอเกือบยี่สิบปีมาหาที่บ้าน ซึ่งโชคดีจริง ๆ ที่ชรัณยังคงติดธุระอยู่ในกรุงเทพฯ ก่อนที่จะกลับไปใช้ชีวิตปกติที่ต่างจังหวัด

พอคนเป็นพี่มาถึง ทั้งบ้านก็เริ่มประชุม และทันทีที่โมลีพูดจบ ทอรุ้งที่นั่งห่างสามีอย่างจอมเป็นโยชน์ก็ปล่อยโฮออกมาเสียงดังลั่น ส่งผลให้ลูกชายของท่านที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ต้องลูบหลังลูบไหล่ปลอบใจแทบไม่ทัน

ซึ่งโมลีจะไม่เดือดร้อนหรอก ถ้าหญิงผู้นั้นไม่มีศักดิ์เป็นแม่เลี้ยงของเธอ ส่วนคนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ร่างกายสูงใหญ่ราวกับยักษ์ปักหลั่นคนนั้น กำลังมีสีหน้าไม่พอใจอย่างมาก และพร้อมทุกเมื่อที่จะหอบคนเป็นแม่กลับต่างจังหวัด เพียงแค่ท่านเอ่ยร้องขอออกมา

“คุณรุ้ง” ซึ่งนั่นเป็นเสียงเว้าวอนของคนเป็นพ่อ “คุณรุ้งฟังผมก่อน”

“ไม่ต้องมาเรียก” ต่อให้ท่านพยายามจะอธิบายอย่างไร ภรรยาก็ไม่ยอมฟัง ‘คุณรุ้ง’ ของพ่อทำท่าทางสะบัดสะบิ้ง ก่อนจะโผเข้าสู่อ้อมกอดของลูกชาย “รุ้งจะหย่า ยังไงรุ้งก็จะหย่าจากคุณจอมให้ได้”

เจ้าของใบหน้าสวยพึมพำกับอกกว้าง ส่งผลให้ผู้เป็นสามีอย่างจอมหรือพ่อของโมลีช็อกตาตั้ง ซึ่งหญิงสาวอยากสมน้ำหน้านัก ยิ่งเห็นคนเป็นพ่อตาเหลือกตาค้าง ยิ่งสะใจจริง ๆ เพราะคงไม่คิดมาก่อนล่ะสิว่าภรรยาผู้อ่อนหวาน จะกล้าเอ่ยคำนั้นออกมา

“ไม่ได้นะ ผมไม่ยอม!” พอตั้งสติได้จอมก็ตวาดขึ้นมาเสียงดัง เดือดร้อนโมลีที่ต้องห้ามทัพ

“พ่ออย่าเพิ่งพูดเลย ให้น้ารุ้งกับพี่รันเป็นคนตัดสินใจเถอะ”

“ฮันนี่! แกพูดแบบนี้ได้ยังไง?” ชายวัยกลางคนเอ่ยปรามลูกสาว อยากหาอะไรมาฟาดหัวมันนัก ปากนะปาก ไม่เคยเลย ไม่เคยเลยสักครั้งที่จะเข้าข้างคนเป็นพ่อ

ซึ่งเจ้าของชื่อฮันนี่ก็ได้แต่ยักไหล่ ก็ใครบอกให้พ่อทำแบบนี้ล่ะ สมน้ำหน้าแล้วไหมกับการโดนเด็กรุ่นลูกหลอกให้โอนเงินให้ ซึ่งเงินที่ว่าก็ไม่ใช่น้อย ๆ มันเลี้ยงปากเลี้ยงท้องลูกเมียไปได้อีกนานเลยนะนั่น

“คุณจอมบอกลูกหรือยังล่ะคะว่าได้เงินนั้นมาจากไหน?” ทอรุ้งไม่พอใจที่เห็นท่าทางฮึดฮัดของคนเป็นสามี ทั้งที่ความจริงแล้วควรเป็นเธอต่างหาก ที่โมโหจนเลือดขึ้นหน้า “บอกฮันนี่ไปสิคะ ว่านอกจากคุณจอมจะนอกใจรุ้งแล้ว ยังทำอะไรไว้อีกบ้าง!”

“คุณรุ้ง ผมไม่ได้นอกใจ” จอมรีบแก้ต่าง... เขาก็แค่คุยเล่นเพลินไปหน่อยก็เท่านั้น “ผมไม่เคยเจอเด็กมันด้วยซ้ำ”

“แต่ก็เสียให้เป็นล้านน่ะเหรอคะ? กับรุ้งแค่จะซื้อเสื้อผ้าใหม่คุณยังบ่นไปสามวันเจ็ดวันเลย” พูดจบทอรุ้งก็ซุกหน้าเข้ากับอกกว้างของลูกชายอีกรอบ ตั้งหน้าตั้งตาร้องไห้ เมื่อทิ้งระเบิดลูกใหญ่ไว้ได้ก็ไม่สนใจใครอีกแล้ว

“แต่เดี๋ยวก่อนนะ...” แต่ถ้อยคำที่ทั้งสองคุยกันทำให้โมลีฉุกคิด หญิงสาวยกมือที่เปื้อนไปด้วยดินสอของตัวเองขึ้นเบรก เพิ่งนึกออกว่าสิ่งที่ควรสงสัยเป็นอันดับแรกก็คือ “พ่อไม่น่าจะมีเงินเก็บเป็นล้าน”

เพราะถึงแม้ว่าท่านจะมีตำแหน่งใหญ่โต (ในความคิดของเธอเอง) เป็นถึงคนขับรถของเมียทนายความชื่อดัง ทำงานกับคุณชวินทร์กับคุณพู่กลิ่นมานาน แต่ด้วยเงินเดือนสามสี่หมื่น... อาจจะถึงห้าหากออกต่างจังหวัด แถมยังเป็นเงินที่เอาไว้ใช้เลี้ยงครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นอดีตเมียขี้โรคอย่างแม่ หรือลูกสาวไส้แห้งอย่างโมลี เหลือเก็บแค่เดือนไม่กี่พัน ไม่มีทางหรอกที่จะเก็บได้เป็นล้าน

“พ่อเอาเงินมาจากไหน?” คือสิ่งที่หญิงสาวจะต้องหาคำตอบให้ได้ จึงหันขวับไปมองหน้าคนที่เป็นต้นเหตุของความวุ่นวาย เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก และเฝ้ารอคำตอบอย่างใจจดใจจ่อ

“เอ่อ... คือ พะ พ่อ...”

“น้ารุ้งเป็นคนเก็บเงินของพ่อนี่นา แล้วอย่างนี้พ่อจะเอาเงินมาจากไหน?”

“คือ... ฮันนี่” จอมมีสายตาที่เลิ่กลั่กอย่างเห็นได้ชัด พยายามอย่างยิ่งที่จะหลบสายตาของลูกสาวคนเดียวที่ตามมาคาดคั้น ก่อนจะหันไปขอความช่วยเหลือจากลูกชาย หรือพี่ชายของโมลีด้วยการสะกิดไปที่ขายาวของมันยิก ๆ “มูน”

“แกให้พ่อเหรอมูน?” โมลีเอ่ยถามคนเป็นพี่ที่นั่งเงียบเหมือนคนอมขี้ อยากจะหาอะไรมาปาใส่หน้ามันนัก ทั้งที่คนอื่นทะเลาะโช้งเช้งใหญ่โต แต่ไอ้หมอนี่กลับนั่งหลับ “มูน... ไอ้มูน!”

“หือ?” โอฬารหรือมูนสะดุ้งตื่นทันทีที่ถูกน้องสาวปลุกด้วยคำเรียกแสนหวาน คุณหมอหนุ่มที่เข้าเวรดึกมาทั้งคืนหาววอด ง่วงฉิบหาย... ทั้งที่ตั้งใจจะกลับบ้านมาพักผ่อนแท้ ๆ แต่กลับต้องรับศึกหนักยิ่งกว่าอยู่โรงพยาบาล

แค่ทำเพื่อนน้องสาวท้อง มันก็หนักหนาสาหัสสำหรับเขาละ นี่ต้องมารู้ข่าวว่าพ่อโดนหลอกเอาเงิน แม่เลี้ยงจะหนีออกจากบ้าน แถมพี่ชายยังอยู่แถวนี้พร้อมรับกลับ... วุ่นวายจนเขาไม่อยากรับรู้อะไร

บทก่อนหน้า
บทถัดไป